ภาพสบายๆ ก็ต้องนึกถึงทะเลใช่ป่ะ ? เอาไปเลย


นีโม

ปะการัง ค่า....ขอสารภาพไปเซฟจากเว็บอื่นมา แต่จำชื่อเว็บไม่ได้ =[]="

อีกภาพ
เดี๋ยวไปหามาลงต่อก่อน อีกแป๊บ
ภาพสบายๆ ก็ต้องนึกถึงทะเลใช่ป่ะ ? เอาไปเลย


นีโม

ปะการัง ค่า....ขอสารภาพไปเซฟจากเว็บอื่นมา แต่จำชื่อเว็บไม่ได้ =[]="

อีกภาพ
เดี๋ยวไปหามาลงต่อก่อน อีกแป๊บ
มัน.... แย่สุดๆ แสดงความคิดเห็นแก่นักวาดมือใหม่คนนี้ด้วย..นะคะ ^_^

ลงสีอนาถมากๆ แต่ก็อยากให้ติดู แม้จะเหมือนประจานตัวเองก็ตาม =_="
ทุกคนคงรู้จักโกโตะกันมาบ้างแล้วน่อ..เราเองก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไรมากนักหรอก รู้แต่มันเป็นเครื่องดนตรีของญี่ปุ่น เสียงเพราะมากๆ และแล้ว ศิ ก็ได้ตำนานมา ..........โดยการก๊อปปี้ของคนอื่นเค้ามา.. =_="
มาเริ่มเรื่องกันเลยละกันน่อ...=[]=
ยังมีตำนานเก่าของจีนที่กล่าวโยงใยถึงความสัมพันธ์ระหว่างเครื่องดนตรี "กู่เจิง" ของจีน กับ เครื่องดนตรี "โกโตะ" ของญี่ปุ่นอยู่เรื่องหนึ่ง ตำนานเล่าว่ามีขุนนางจีนท่านหนึ่งมี กู่เจิง ขนาด 25 สายอยู่ตัวหนึ่งซึ่งมีเสียงไพเราะน่าฟังเหนือกว่ากู่เจิงของผู้ใดทั้งสิ้น....
เนื่องจากกู่เจิงตัวนี้เคยถูกไฟไหม้จนเกรียมไปนิดหนึ่ง หลังจากถูกไฟไหม้แล้ว เสียงของกู่เจิงตัวนี้ยิ่งก้องกังวานไพเราะน่าฟังยิ่งขึ้นจนเป็นที่ต้องการของนักดนตรีทั่วไป ครั้นต่อมาขุนนางท่านนี้ถึงแก่กรรมโดยกระทันหันไม่ทันได้สั่งเสียว่าจะมอบกู่เจิงตัวนี้ให้เป็นสมบัติของใคร บุตรสาว 2 คนของท่านขุนนางจึงทะเลาะแย่งชิงกู่เจิงตัวนั้นกันอย่างรุนแรง ภรรยาของท่านขุนนางหรือมารดาของหญิงทั้งสองขัดใจขึ้นมา จึงใช้กระบี่ผ่ากู่เจิงตัวนั้นออกเป็นสองซีกตามแนวยาว โดยซีกที่มีสาย 12 สายมอบให้กับพี่สาว ส่วนซีกที่มี 13 สายมอบให้แก่น้องสาว น้องสาวได้นำเอากู่เจิง 13 สายติดตัวเดินทางไปอยู่ยังประเทศญี่ปุ่น และได้เป็นต้นกำเนิดของเครื่องดนตรี โกโตะ ของญี่ปุ่นซึ่งมีรูปร่างคล้ายกู่เจิงแต่มีเพียง 13 สาย
เรื่องนี้ถูกตัดตอนโดยยัยศิ ขอขอบคุณท่าน ชนก สาคริก มานะที่นี้ด้วย
เเล้วเราก็ได้ตำนานของโกโตะมาแล้ว มาดูภาพของโกโตะดีกว่าเนอะ

ฉบับไร้สี (ไม่มีปัญญาหาแบบมีสี) ช่วยๆกันแสดงความคิดเห็นหน่อยจิเราไม่กัดค่ะ
= =" จริงๆนะ